สิวเห่อทำอย่างไรดี ปัญหาใหญ่สำหรับคนรักผิว!!!

Last updated: Dec 11, 2016  |  1405 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระบทความ การดูแลผิว

สิวเห่อทำอย่างไรดี ปัญหาใหญ่สำหรับคนรักผิว!!!

สิวเห่อทำอย่างไรดี "หมออุ๋ม - แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง" พร้อมมาให้คำตอบกันแล้วค่ะ

วิธีรักษาสิวด้วยตัวเองฉบับแพทย์ผิวหนัง

1. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน
อ๊ะอ๊ะ.. อย่าคิดว่าคือสบู่เด็กนะคะ ให้เลือกที่บนฉลากเขียนว่า "sensitive skin", "gentle cleanser", "pH5.5", "soap free" และไม่มีสครับ ย้อนกลับไปดูคำแนะนำในการล้างหน้าได้นะคะ
https://www.facebook.com/drkuanjira/posts/850858255058930:0

2. หลีกเลี่ยงการจับหน้า,แกะเกา รวมถึงอะไรก็ตามที่มานวด ขัดถู เสียดสีไม่ว่าจะเป็นการปล่อยผมลงมาปรกหน้า ใส่หมวก ใส่mask ใส่Headband เพราะนอกจากเป็นสาเหตุหนึ่งของสิวที่แพทย์ผิวหนังเรียกมันว่า "Acne mechanica" ยังก่อให้เกิดรอยสิวเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ

3. คนที่มีหนังศีรษะมันง่ายและมีรังแคแนะนำให้สระผมทุกวัน ควรจะใช้แชมพูแบบไหนตามลิงค์นี้เลยค่ะ
https://m.facebook.com/story.php…

4. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางค์ ครีมรองพื้น เบสรองพื้น แป้งผสมรองพื้น ให้ใช้แป้งฝุ่นได้ค่ะ

5. หาครีมบำรุงคู่ใจซักตัวให้เหมาะกับผิวเราค่ะ จะเป็นเจลว่านหางจระเข้ Physiogel Cetaphil eczerra หรือยี่ห้อไหนก็ได้ค่ะ เอาที่บนฉลากเขียนบอกว่าสำหรับผิวแพ้ง่าย "sensitive skin" ถ้ามี"non-comedonegenic" จะดีมากๆค่ะ

6. ยารักษาสิวที่สามารถหา ซื้อได้ตามร้านขายยา ได้แก่
-Benzyl peroxide 2.5-5% เป็นยาฆ่าเชื้อสิว ยี่ห้อที่รู้จักกันดีก็คือ Benzac, Panoxylค่ะ แนะนำให้เริ่มใช้ที่ 2.5% ทาทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก เช้า,เย็น

ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องผิวแห้งแสบแดงค่อยๆเพิ่มเวลา จนทาทิ้งไว้ 30 ถึง 60 นาทีแล้วค่อยล้างออก



-1%Clindamycin lotion หรือ 2-4% Erythromycin gel เป็นยาฆ่าเชื้อสิวแนะนำให้ทา วันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น

-อนุพันธ์วิตามินA Tretinoin cream 0.025-0.05% หรือยาละลายหัวสิว Retin-A, Steiva-A ที่ทุกคนรู้จักค่ะ ระวังเรื่องผิวแห้งให้จงหนักค่ะ ทาแต่น้อยและทาเฉพาะกลางคืนเท่านั้นค่ะ เริ่มใช้ครั้งแรกให้เลือกความเข้มข้นต่ำสุดคือ0.025% ทาทิ้งไว้ 5นาทีแล้วล้างออก

ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องผิวแห้งแสบแดงค่อยๆเพิ่มเวลา จนทาทิ้งไว้ 30 ถึง 60 นาทีแล้วค่อยล้างออก

*ห้ามทาBenzyl peroxide พร้อมกับ Tretinoin cream นะคะ เพราะมันจะทำให้ยาทั้ง2ตัวหมดฤทธิ์ไปเลยค่ะ

Differin เป็นยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเออีกตัวหนึ่งค่ะซึ่งเคลมว่าจะไม่กระตุ้นสิวอักเสบให้เห่อขึ้น และระคายเคืองน้อยกว่า แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวทั้งสองตัวนี้ไม่ต่างกันมากค่ะ

คราวนี้ก็มาถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ต้องใส่ใจแล้วหละค่ะ

Q: เคยรักษาสิวแล้วไม่หายทำไงดี?
A: ขออนุญาตตอบแยกเป็น 2ประเด็นนะคะ คือ
1. เคยใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิว หรือครีมสำหรับผิวที่เป็นสิวแต่ไม่เคยใช้ยา ในกรณีนี้สามารถลองใช้ยาทาตามที่แนะนำด้านบนก่อนได้ค่ะ
2. ถ้าเป็นคนที่เคยลองใช้ยาทั้ง 3ตัวที่แนะนำด้านบนแล้วยังมีสิวอยู่ แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะดีที่สุดค่ะ เพราะอาจเป็นสิวรุนแรงที่ต้องพึ่งยารับประทาน หรือเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่นก็ยังได้ค่ะ

Q: จะเริ่มใช้ยาอย่างไรดี?
A: เริ่มใช้ 1%Clindamycin solution ก่อนเลยค่ะ ซัก3วันถ้าไม่มีปัญหาอะไรให้เริ่มตัวถัดไปโดยดูจากสิวของเราค่ะว่าสิวอักเสบหรือสิวอุดตันเด่นกว่ากัน
..ถ้ามีสิวอักเสบมากกว่าให้เลือกBenzyl peroxide 2.5%ใช้ก่อน
..ถ้ามีสิวอุดตันมากกว่าแนะนำให้เลือก Tretinoin cream 0.025% หรือDifferinใช้ก่อน

Q: ต้องใช้ยาทั้ง3ตัวเลยรึป่าวคะ
A: แนะนำให้ใช้ทั้ง3ตัวค่ะ เพราะทั้ง3ตัวจะออกฤทธิ์เสริมกันค่ะ แต่ทั้งนี้ต้องดูความรุนแรงของสิวและผิวของแต่ละคนด้วยค่ะ

Q: เมื่อไหร่ต้องไปเจอแพทย์ผิวหนัง
A: 1. ถ้ามีปัญหาผิวแห้งแสบแดงจากการใช้ยา
2. ใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น
3. มีปัญหาสิวเรื้อรังก่อให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิว

ขอบคุณข้อมูล : Facebook หมออุ๋ม - แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง 

Powered by MakeWebEasy.com